10 ข้อควรทราบเกี่ยวกับการนอนในภาษาอังกฤษ

29 ธันวาคม 2558 | 378,839

10 ข้อควรทราบเกี่ยวกับการนอนในภาษาอังกฤษ


ก่อนอื่นผมมีคำถามสำหรับท่านผู้อ่านครับ คือ
นอนหลับฝันดี แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ?

            นี่คือคำถามที่ผมได้รับมาสองครั้งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พอได้ยินครั้งที่สองผมนึกในใจว่า ถ้าโดนอีกครั้งหนึ่งสงสัยต้องรีบออกไปซื้อหวยแต่ในที่สุดไม่จำเป็นต้องเสียงหนึ่งร้อยกว่าบาท เพราะมีเพียงสองรอบเท่านั้น แต่ในทั้งสองหนนั้นผมถามผู้ตั้งคำถามกลับว่า แล้วคุณคิดว่าควรจะแปลอย่างไร นี่คือเหตุผลที่ผมถามท่านผู้อ่านเช่นกัน
            แล้วคุณตอบว่าอย่างไรครับ?
            คนส่วนใหญ่ รวมถึงน้องสองคนที่ถามคำถามนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอบเหมือนกันว่า
            Have a good dream.
            ซึ่งฟังแล้วน่าจะเป็นคำตอที่ถูกต้อง แต่ในความจริงแล้วก็ … ผิด
หาเจ้าของภาษาที่ใช้ Have a good dream. ยากครับ แต่เรามักจะพูดอย่างอื่นเสียมากกว่า

นี่คือเพียงหนึ่งในสิบประเด็นที่คุณควรทราบเกี่ยวกับการนอน หรือ sleep เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นประเด็นของเราในวันนี้ เนื่องจากว่าเราใช้เวลาในชีวิตเราทั้งหมดหนึ่งในสามในสภาพนอน เราจึงน่าจะให้ความสำคัญกับหัวข้องนี้บ้าง เราเลยเริ่มดีกว่า!

10 ข้อควรทราบเกี่ยวกับการนอนในภาษาอังกฤษ
 

1. Sleep เป็นทั้งนามและกริยา
เอาประเด็นง่ายมาก่อน คือคำว่า sleep แปลว่า นอน หรือ การนอนครับ เช่น
I need to sleep. กับ
I need some sleep.
สองประโยคนี้ความหมายแทบจะเหมือนกัน หมายถึง ฉันต้องนอน แต่ในประโยคแรก sleep เป็นคำกริยา แต่ในประโยคที่สองออกในรูปคำนาม

2. asleep กับ sleeping แปลว่า กำลังนอนอยู่
ดูสองประโยคนี้ครับ
He is sleeping.
He is asleep.

เชื่อไหมครับ ความหมายเหมือนกันหมดคือ เขากำลังนอนอยู่ แต่สังเกตโครงสร้างในประโยคที่สองครับ คำว่า asleep เป็น adjective หรือคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายใครที่กำลังนอนอยู่ เพียงแต่ว่าเราต้องใช้ควบคู่กับ verb to be (is, am, are, was, were) เช่น She is asleep. They were asleep. หรือ I am asleep (ซึ่งพูดยากเนื่องจากว่าผู้พูดกำลังนอนอยู่ สงสัยพูดในฝัน)

เราไม่สามารถเอา asleep ไปนำหน้าคนที่หลับอยู่ พูดอีกอย่างหนึ่งว่า บอก The asleep boy ไม่ได้ ในกรณีที่อยากพูดอย่างนี้ ต้องใช้ The sleeping boy แทน ประเด็นนี้สำคัญเพราะเคยเห็นหลายคนใช้ asleep ผิดในลักษณะนี้

สรุปว่า sleeping ถือว่าเป็น adjective และ asleep ถทอว่าเป็น adjective เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการใช้หรือโครงสร้างประโยค

3. อดีตกาลของ sleep คือ slept ก็เลยอย่าลืมนำมาใช้
slept นี้ออกเสียงว่า สะ-เล็พ-ท โดยไม่เน้นสระ อะ และต้องมีเสียง T ตอนท้าย เช่น
Last night I slept for eight hours.
(เมื่อคืนฉันนอนแปกชั่วโมง)

4. เรายังสามารถ sleep in กับ sleep over กับ sleep off ได้
นอนตื่นสาย ภาษาอังกฤษใช้คำว่า sleep in เช่น

Sorry I’m late. I slept in.
(ขอโทษที่มาสาย ฉันนอนตื่นสาย)

Tomorrow is Sunday. I can sleep in.
(พรุ่งนี้วันอาทิตย์ นอนตืนสายได้)

ส่วน sleep over เราใช้ในความหมายว่า นอนค้าง เช่นเวลาไปบ้านเพื่อน
Last night I slept over at Somcheng’s place.
(เมื่อคืนฉันนอนค้างที่บ้านส้มเช้ง)

และ sleep off เป็นการนอนเพื่อหายอาการที่ไม่ดีเช่น เห็นหวัด หรือเมา เช่น
Last night Banjohn got very drunk. He’s sleeping it off now.
(เมื่อคืนบรรจรเมามาก ตอนนี้เขานอนอยู่เพื่อหายเมา)

5. เรื่องทางเพศ
เจ้าของภาษายังใช้ sleep ในความหมายว่า มีเพศสัมพันธุ์ ซึ่งจะออกในรูป sleep with ครับ เช่น

Can I sleep with you?
(ขอนอนกับคุณได้ไหม)

ความหมายนี้คงไม่เกี่ยวกับการนอนหลับครับ แต่เป็นข้อควรระวังอย่างดี ถ้าดูจากตัวอย่างข้างบนที่เกี่ยวกับการนอนค้างที่บ้านส้มเช้ง ในประโยคนั้นเราคงไม่คิดว่าคุณมีอะไรกับส้มเช้ง แต่ถ้าพูดว่า Last night I slept with Somcheng. เราจะคิดคนละอย่าง
ในเชิงสแลงเราใช้สำนวนนี้ในความหมายว่า สองคนเป็นแฟนกัน เช่น

Somcheng and Bakkhoi are sleeping together.
(ส้มเช้งกับบักข่อยเป็นแฟนกัน)

เรายังชอบถามว่า Who is he/she sleeping with? ในความหมายว่า เขาเป็นแฟนกับใคร

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ภาษาอังกฤษยังมีสำนวน sleep around ซึ่งหมายถึง มีเพศสัมพันธุ์กัลหลายคน ความหมายจะออกในแง่ลบ เช่นถ้าบอกว่า He/She likes to sleep around. ความหมายจะไม่ดีคือ เป็นคนไม่รักเดียวใจเดียว ผมไม่เข้าใจว่าไม่ยุติธรรมแต่สำนวนนี้มักจะใช้กับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในเชิงลบ

6. นอนงีบ
พอกันทีเรื่องเซ็กส์ครับ คุยเรื่องนอนงีบดีกว่า สองคำที่คุณจะได้ยินมากที่สุดคือ nap กับ snooze เป็นทั้งนามและกริยา เช่น

I like to take a nap in the afternoon.
(ฉันชอบนอนงีบในช่วงบ่าย)

I was feeling tired so I had a snooze.
(ผมรู้สึกง่วงนอน เลยงีบ)

พูดถึงง่วงนอนแลัว…zzZZZz

7. เติม Y จะได้คำว่าง่วงนอนแล้ว
sleepy แปลว่าง่วงนอน เช่น

I’m feeling sleepy.
(ฉันรู้สึกง่วงนอน)

This medicine will make you sleepy.
(ยาชนิดนี้จะทำให้คุณง่วงนอน)

อีกคำหนึ่งที่นิยมใช้คือ drowsy ออกเสียงว่า ดราว-ซี ใช้แทน sleepy ได้
บางครั้งเราใช้คำว่า sleepy ในความหมายว่า เงียบ ไม่คึกคัก เช่น

Nakhon Nayok is a sleepy little town.
(นครนายกเป็นเมืองเล็กและเงียบ)

8. กำลังจะหลับ…
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า go to sleep ในความหมายนี้ หรือ fall asleep ก็ได้ เช่น

What time did you go to sleep last night?
What time did you fall asleep last night?
(เมื่อคืนนอนกี่โมง)

แต่เรายังมี nod off ที่ใช้ เนื่องจากว่า nod แปลว่า พยัคหน้า ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของคุณสัปพะหงก กำลังจะงีบ เช่น

I nodded off during class.
(ผมสัปปะหงกตอนการเรียน)

ขอเสนออีกคำหนึ่งคือ doze หมายถึง นอนหรือนอนงีบ ขึ้นอยู่กับสถานหารณ์ และยังมี doze off ซึ่งแปลว่า nod off หรือ สัปพหงกครับ เช่น I dozed off during class.

แล้วการตื่นไหมครับ อังกฤษใช้ wake up ครับ ไม่ว่าจะตืน (wake up) หรือ ปลุกคนอื่น (wake somebody up)

Tomorrow I will wake up at 5 am to go running.
(พรุ่งนี้จะตื่นตีห้าเพื่อออกไปวิ่ง)

Please wake me up at 5 am tomorrow.
(โปรดปลุกผมตอนตีห้า)

            ขอเรียนให้ทราบว่า awake มีความหมายตรงข้ามกับ asleep หมายถึง ตื่นนอนแล้ว และการใช้เหมือนกันคือ ตาม verb to be ครับ

9. Dead to the world ไม่ได้แปลว่า ตาย
สำนวนที่เราใช้ในความหมายว่าหลับมีเยอะเช่น dead to the world คือ
Don’t call him. He’s dead to the world.
(อย่าโทรหาเขา เขาหลับอยู่)

อีกสำนวนหนึ่งคือ out like a light (ดับเหมือนหลอดไฟ) ใช้ในความหมายว่า หมดสติ หรือ หลับเช่น

Don’t call him. He’s out like a light.
(อย่าโทรหาเขา เขาหลับอยู่)

10. ในที่สุด … นอนหลับฝันดี
คุณได้เวลานานพอที่จะคิดคำตอบว่า นอนหลับฝันดี แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ ถึงเวลาเฉลยครับ

 
ใช้ Sweet dreams. ครับ
คนไทยอาจจะกล่าวว่า ฝันดี แต่ฝรั่งจะพูดว่า ฝันหวาน แทน เช่น

            Good night. Sweet dreams.
            โปรดสังเกตว่าเราเติม s ท้ายคำว่า dream นั่นเป็นเพราะว่าฝรั่งเรามักจะฝันมากกว่าหนึ่งเรื่อต่อคืน เพียงแต่ตื่นแล้วจำไม่ได้

            ผมแถมอีกวิธีหนึ่งที่เราจะบอก ราตีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดี นั่นคือ
            Good night. Sleep tight.
            Sleep tight นี้หมายถึง นอนให้สนิต

                มีอะไรอีกไหม … นอกจาก “See you in the morning” (พบกันวันพรุ่งนี้เช้า) กับ “Don’t wake me up early” (อย่าปลุกผมเช้ามากนะ) ก็นึกไม่ออกครับ ผมขอจบเพียงแค่นี้ครับเพราะว่า พูดถึงประเด็นนี้ทีให้ผมง่วงนอนมาก คราวหน้าจะยกประเด็นที่ไม่เกิดอาการหลับใน

พบกันคราวหน้า อย่าลืมว่าภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียวครับ
 
 

ติดตามต่อได้ที่เว็บไซต์ http://www.andrewbiggs.com 
Facebook: Andrew Biggs
Twitter: @andrewbiggs

 

29 ธันวาคม 2558 | 378,839 views