เรียนภาษาอังกฤษกับ Andrew Biggs ตอน เกรงใจ แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ

28 พฤศจิกายน 2557 | 43,975


เกรงใจ แปลว่าอะไร … แล้วฝรั่งรู้สึกเกรงใจไหม

 

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก

ชีวิตผมช่างจะสนุกสนาน สามารถสัมผัสกับคนไทยทุกรุ่นทุกวัยทุกลักษณะหน้าตา เนื่องจากว่าผมได้รับคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษจากคนไทยทุกวัน

คำถามมีความหลากหลาย แต่บางคำถามถามมาแรงและมาบ่อย บางวันมีมากกว่าหนึ่งรายที่ส่งอีเมลถึงผมเพื่อถามว่า ความแตกต่างระหว่าง house กับ home คืออะไร อีกคำถามที่ฮอต ๆ คือ การใช้ excited กับ exciting … การใช้ ever ในความหมายว่า เคย แต่คำถามเหล่านี้ต้องแพ้คำถามยอดฮิตที่ขึ้นอันดับหนึ่งของอันดับคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นราชินีแห่งข้อสงสัยคนไทย นั่นคือคำถามว่า …

เกรงใจ แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ

เชื่อไหมครับ โดยตั้งชื่อนี้ครับ … “เกรงใจแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ” และด้วยชื่อหนังสือขายได้ถึง 100,000 เล่ม ปัจจุบันนี้ยังขายอยู่ แสดงว่าคำถามนี้มีความสำคัญในใจคนไทยมาก สำคัญพอ ๆ กับคำถามเช่น “ความหมายของชีวิตคืออะไร” “แฟนฉันรักฉันจริง ๆ หรือไม่” และ “เลขเด็ดไหนจะออกงวดหน้า”

ถ้าผมได้รับเงินจำนวนสิบบาทสำหรับทุก ๆ ครั้งที่มีคนถามถึงคำว่า เกรงไจ นั้นคงรวยน่าดู ไม่จำเป็นต้องรอทุกวันที่หนึ่งกับวันที่สิบหกของแต่ละเดือน แต่ไม่ว่ารวยหรือจนคนไทยคงยังสับสนเรื่อง เกรงใจแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษอยู่

ผมได้ค้นหาคำว่า เกรงใจ นี้ในพจนานุกรมหลายฉบับแต่ไม่ค่อยพอใจกับคำนิยามในแต่ละฉบับสักเท่าไร นั่นเป็นเพราะว่า ไม่มีคำแปลตรงๆ สำหรับคำว่า เกรงใจ ในภาษาอังกฤษ เนื่องจากว่าคำนี้มีหลายความหมายในภาษาไทย

ในพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า เกรงใจ ระบุเป็นกริยาหรือวิเศษณ์ หมายถึง “ไม่อยากให้ลำบากหรือรำคาญใจ, ไม่กล้ารบกวน, เห็นใจ” ซึ่งเกิดความรู้สึกในใจผมว่าเป็นคำนิยามที่กว้างพอสมควร ผมยังรู้สึกว่า ความหมายของ เกรงใจ นี้จะเปลี่ยนนิดนึงตามสถานการณ์ เช่น

“ลูกควรเกรงใจพ่อแม่คุณหน่อย”

“ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ”

“ผมเกรงใจเวลาของทุกท่าน”

“คนไทยขี้เกรงใจ”

เกรงใจ ในสี่ประโยคข้างต้นนี้ไม่เหมือนกัน สำหรับผมเองเมื่อนึกถึงคำว่า เกรงใจ ผมมักจะเกาะติดกับสามคำในภาษาอังกฤษคือ

consideration

empathy

deference

ผมชอบคำว่า consideration มากที่สุดแต่ยอมรับว่าความหมายและขอบเขตของ consideration กว้างกว่าความหมายและขอบเขตของ เกรงใจ งั้นเราทำให้มันแคบลงโดยแปล เกรงใจ ว่า

consideration for other people’s feelings

หรือว่า consideration for others เฉย ๅ

“ฉันว่าเกรงใจหมายถึง consideration แต่มันยิ่งกว่านั้นอีก” เพื่อนที่กระทรวงศึกษาธิการพูดให้ผมฟัง “ฉันว่า เป็นการผสมผสานระหว่าง consideration กับ empathy ด้วย”

ผมเห็นด้วยและจริง ๆ แล้วความรู้สึกของผมคือ empathy ใกล้เคียงที่สุด ปัญหาคือ เจ้าของภาษาไม่ค่อยได้ใช้คำว่า empathy ในภาษาพูดเท่ากับชาวไทยใช้คำว่า เกรงใจ ผมว่าคนไทยโดยเฉลี่ยใช้คำว่า เกรงใจ วันละสิบรอบทั้ง ๆ ที่ฝรั่งใช้คำว่า empathy ชิวิตละสิบรอบต่างหาก

empathy ฟังแล้วเป็นภาษาสูง ภาษาทางการ ถ้านำมาใช้เพื่อนฝูงอาจจะว่าคุณดัดจริตหรือแก่เแดด นี่คือปัญหากับคำว่า deference ด้วยนะครับ กลับไปที่ consideration ดีกว่า ขอยกตัวอย่าง 2 ประโยคครับ

Children should show consideration for/towards their elders.

(เด็ก ๆ ควรเกรงใจผู้ใหญ่)

He has great consideration towards his staff.

(เขาเกรงใจพนักงานเขาอย่างมาก)

แต่ในภาษาที่เราใช้ประจำวัน ถ้าจะพูดถึง เกรงใจ เรามักจะเรียงประโยคใหม่ เช่น

He’s doesn’t care about anybody’s else’s feelings.

(เขาไม่เกรงใจใครเลย)

Feel free to contact me anytime.

Don’t be afraid to contact me anytime.

Don’t hesitate to call me anytime.

(ติดต่อกับผมได้ทุกเวลา อย่าเกรงใจ หรือ ไม่ต้องเกรงใจ)

คำแต่ละคำไม่ได้แปลตรงตัวแต่ความหมายเหมือนกัน ดูคำตอบในตัวอย่างต่อไปนี้ครับ

Why didn’t you call me to ask for help?

(ทำไมไม่ได้โทรหาผมและขอความช่วยเหลือ)

I didn’t want to put you out.

(ก็เกรงใจคุณ)

to put (somebody) out หมายถึง รบกวนใครบางคน แต่ผมว่าในตัวอย่างนี้คำตอบคล้าย ๆ กับความหมายของ เกรงใจ

       ที่น่าสังเกตคือพจนานุกรมฉบับสอเสถบุตรของผมไม่มีคำแปลเฉพาะเจาะจงสำหรับคำว่าเกรงใจ (เพราะไม่มีในโลกของเรา) แต่มันยกตัวอย่างเป็นประโยคซึ่งใช้ consideration เหมือนกัน เขายกตัวอย่างนี้ครับ

A husband and wife are considerate of each other’s feelings.

(สามีและภรรยาต่างเกรงใจซึ่งกันและกัน)

อีกตัวอย่างของนายสอคือ

Mutual consideration sometimes leads to misunderstanding.

(ความเกรงใจซึ่งกันและกันบางครั้งก็ก่อความเข้าใจผิด)

ทีนี้ผมน่าจะอธิบายว่า considerate = adjective และ consideration = noun

ที่น่าสนใจที่สุดกับ สอเสถบุตรคือ ประโยคที่ว่า ผมเกรงใจคุณ นั้นเขาแปลว่า

I am afraid of offending you.

ซึ่งเป็นความคิดตรงกับผมเองที่ว่า ถ้าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษอาจจะต้องทำเป็นประโยคที่ให้ความหมายว่า กลัวจะรบกวนอีกคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นความหมายหลักของเกรงใจอยู่แล้วใช่ไหมครับ เช่น ถ้าอยากพูดว่า “ผมเกรงใจเขา ไม่อยากจะรบกวนเขาเลย” ใช้สำนวนที่ผมพูดถึงไปแล้วคือ I don’t want to put him out. หรือ I don’t want to bother him.

อีกฉบับหนึ่งคือ พจนานุกรมดำเนินเสฐียรพงษ์ แปลอีกอย่างหนึ่งคือ reluctant to bother someone (bother แปลว่ารบกวน ... คำนี้อีกแล้ว) ไม่เกรงใจแปลว่า inconsiderate (ซึ่งแปลว่า not considerate ใช่ไหมครับ) และเขายกตัวอย่างที่ผมเองชอบพูดถึงเวลามีใครถามถึงประเด็นนี้คือ

ถ้าหากว่าผมไปบ้านคุณและคุณอยากจะให้ผมรู้สึกสบายใจคุณอาจจะพูดว่า อย่าเกรงใจ ในสถานการณ์เช่นนี้ให้ใช้สำนวน Make yourself at home. จะดีกว่า

มีอีกความหมายหนึ่งซึ่งผมขอยกตัวเองจากเมื่อวานนี้เองครับคือ ชายคนนหนึ่งที่อยูคนละแผนกเล่าให้ผมฟังถึงผลสอบจากเทอมที่แล้วที่มหาวิทยาลัยว่า เขาผ่านทั้ง 7 วิชาหมด ผมแสดงความยินดีและถามเขาว่า ภาคฤดูร้อนลงกี่วิชา เขาตอบว่า “ไม่ได้ลงครับ เกรงใจเจ้านาย”

เท่าที่ผมเข้าใจเขาก็หมายความว่า “ผมไม่อยากเอาเปรียบเจ้านาย หรือทำให้เจ้านายรู้สึกอืดอัดเพราะผมต้องลาบ่อยเพื่อสอบ” เราจะแปลประโยคนี้อย่างไรดี ผมเองไม่แน่ใจ แปลตรงตัวไม่ได้ ผมเลยกลับคิดจากมุมมองของฝรั่งว่า ถ้่าอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ฝรั่งจะพูดว่าอย่างไรเพื่อบอกความหมายว่า “เกรงใจเจ้านาย” คำตอบน่าจะเป็นว่า

I was thinking of my boss.

I had to think of my boss.

ผมเข้าใจว่าดูเผิน ๆ ดูเหมือนจะแปลว่า ผมนึกถึงเจ้านายผม แต่ในประโยคนี้ to think of มีความหมายแฝงว่า เกรงใจใครบางคน นึกถึงอารมณ์หรือความรู้สึกใครบางคนโดยไม่อยากเสียอารมณ์ของเขา อีกวิธีหนึ่งคือ I didn’t want to take advantage of my boss. คือ ไม้อยากเอาเปรียบความเมตตากรุณาของเจ้านาย หรือ เกรงใจนั้นเอง

แล้วคำว่า ขี้เกรงใจ ล่ะครับ เท่าที่ผมสังเกตมีความหมายทั้งในเชิงดีและเชิงลบ ถ้าเป็น adjective เพื่ออธิบายคนที่นึกถึงคนอื่นอย่างเสมอผมว่า considerate ก็ดี เช่น

Thais are a very considerate people.

(คนไทยเป็นพวกขี้เกรงใจ)

I like Pakjeab. He’s a very considerate young man.

(ผมชอบบักเจี๊ยบ เขวเป็นหนุ่มขี้เกรงใจ)

แต่ถ้าออกในเชิงลบ คือ คนที่ไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวจะรบกวนคนอื่น ผมว่า timid หรือ shy ก็ใช้ได้ หมายถึง ขี้อาย ไม่กล้าทำอะไร

Boon-ngiam can’t head this project. She’s too timid.

(บุญเหงี่ยมเป็นหัวหน้าโครงการนี้ไม่ได้ เธอขี้เกรงใจเหลือเกิน)

ใช้ insecure ก็ได้ครับ ในความหมายนี้ใช้คำแสลงที่ว่า spineless (ไม่มีกระดูกสันหลัง) ยังได้

สุดท้ายนี้ มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากที่คนไทยสงสัยว่า ฝรั่งเรารู้สึก เกรงใจ ด้วยหรือไม่ ก็แน่นอนสิครับ เรารู้สึกเหมือนกัน … ทำไมล่ะครับ … คิดว่าฝรั่งไม่เกรงใจใครหรือ … อย่าสร้างกำแพงระหว่างคนไทยกับฝรั่งสิ ผมมั่นใจว่า เรามีข้อเหมือนกันมากกว่าข้อแตกต่างเพราะเราคือมนุษย์ด้วยกัน แตกต่างตรงภาษากับวัตนธรรมนิดนึง นอกจากนั้นเหมือนกันหมด วัฒนธรรมประเพณีไทยอาจจะเน้นเรื่องมารยาทมากกว่าประเพณีฝรั่ง แต่นั่นไม่ได้หมายถึงฝรั่งไม่มีมารยาทครับ มีสิครับ

รู้สึกโล่งใจที่ได้พูดถึงเรื่องเกรงใจนี้ให้จบ ท่านผู้อ่านที่รักที่อยากจะเสนอความคิดเห็นในประเด็นนี้ยินดีรับฟัง

ดีใจที่ไม่ต้องหาคำตอบสำหรับคำว่าเกรงใจอีก ... แล้วมีศัพท์อื่น ๆ มาเสนอที่แปลเป็นอังกฤษไม่ได้ไหม … เอาเป็นว่า “หมั่นใส้” ดีไหม …?

 

 

ติดตามบทเรียนสนุกๆ แบบนี้กันต่อได้ที่: http://goo.gl/9l9n4y
เรียนภาษาอังกฤษกับแอนดรูว์ บิ๊กส์ (Andrew Biggs) #ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว

28 พฤศจิกายน 2557 | 43,975 views