Facebook
ส่งไอเดีย
ส่งคลิปอมยิ้ม
คิดเช่นเห็นต่าง
เรียนภาษาอังกฤษกับ Andrew Biggs ตอน เกรงใจ แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ
เรียนภาษาอังกฤษกับ Andrew Biggs ตอน เกรงใจ แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ

เกรงใจ แปลว่าอะไร hellip; แล้วฝรั่งรู้สึกเกรงใจไหม สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก ชีวิตผมช่างจะสนุกสนาน สามารถสัมผัสกับคนไทยทุกรุ่นทุกวัยทุกลักษณะหน้าตา เนื่องจากว่าผมได้รับคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษจากคนไทยทุกวัน คำถามมีความหลากหลาย แต่บางคำถามถามมาแรงและมาบ่อย บางวันมีมากกว่าหนึ่งรายที่ส่งอีเมลถึงผมเพื่อถามว่า ความแตกต่างระหว่าง house กับ home คืออะไร อีกคำถามที่ฮอตๆ คือ การใช้ excited กับ exciting hellip; การใช้ ever ในความหมายว่า เคย แต่คำถามเหล่านี้ต้องแพ้คำถามยอดฮิตที่ขึ้นอันดับหนึ่งของอันดับคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นราชินีแห่งข้อสงสัยคนไทย นั่นคือคำถามว่า hellip; เกรงใจ แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ เชื่อไหมครับ โดยตั้งชื่อนี้ครับ hellip; ldquo;เกรงใจแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษrdquo; และด้วยชื่อหนังสือขายได้ถึง 100,000 เล่ม ปัจจุบันนี้ยังขายอยู่ แสดงว่าคำถามนี้มีความสำคัญในใจคนไทยมาก สำคัญพอ ๆ กับคำถามเช่น ldquo;ความหมายของชีวิตคืออะไรrdquo; ldquo;แฟนฉันรักฉันจริง ๆ หรือไม่rdquo; และ ldquo;เลขเด็ดไหนจะออกงวดหน้าrdquo; ถ้าผมได้รับเงินจำนวนสิบบาทสำหรับทุก ๆ ครั้งที่มีคนถามถึงคำว่า เกรงไจ นั้นคงรวยน่าดู ไม่จำเป็นต้องรอทุกวันที่หนึ่งกับวันที่สิบหกของแต่ละเดือน แต่ไม่ว่ารวยหรือจนคนไทยคงยังสับสนเรื่อง เกรงใจแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษอยู่ ผมได้ค้นหาคำว่า เกรงใจ นี้ในพจนานุกรมหลายฉบับแต่ไม่ค่อยพอใจกับคำนิยามในแต่ละฉบับสักเท่าไร นั่นเป็นเพราะว่า ไม่มีคำแปลตรงๆ สำหรับคำว่า เกรงใจ ในภาษาอังกฤษเนื่องจากว่าคำนี้มีหลายความหมายในภาษาไทย ในพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า เกรงใจ ระบุเป็นกริยาหรือวิเศษณ์ หมายถึง ldquo;ไม่อยากให้ลำบากหรือรำคาญใจ, ไม่กล้ารบกวน, เห็นใจrdquo; ซึ่งเกิดความรู้สึกในใจผมว่าเป็นคำนิยามที่กว้างพอสมควร ผมยังรู้สึกว่า ความหมายของ เกรงใจ นี้จะเปลี่ยนนิดนึงตามสถานการณ์ เช่น ldquo;ลูกควรเกรงใจพ่อแม่คุณหน่อยrdquo; ldquo;ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจrdquo; ldquo;ผมเกรงใจเวลาของทุกท่านrdquo; ldquo;คนไทยขี้เกรงใจrdquo; เกรงใจ ในสี่ประโยคข้างต้นนี้ไม่เหมือนกัน สำหรับผมเองเมื่อนึกถึงคำว่า เกรงใจ ผมมักจะเกาะติดกับสามคำในภาษาอังกฤษคือ consideration empathy deference ผมชอบคำว่า consideration มากที่สุดแต่ยอมรับว่าความหมายและขอบเขตของ consideration กว้างกว่าความหมายและขอบเขตของ เกรงใจ งั้นเราทำให้มันแคบลงโดยแปล เกรงใจ ว่า consideration for other peoplersquo;s feelings หรือว่า consideration for others เฉย ๅ ldquo;ฉันว่าเกรงใจหมายถึง consideration แต่มันยิ่งกว่านั้นอีกrdquo; เพื่อนที่กระทรวงศึกษาธิการพูดให้ผมฟัง ldquo;ฉันว่า เป็นการผสมผสานระหว่าง consideration กับ empathy ด้วยrdquo; ผมเห็นด้วยและจริง ๆ แล้วความรู้สึกของผมคือ empathy ใกล้เคียงที่สุด ปัญหาคือ เจ้าของภาษาไม่ค่อยได้ใช้คำว่า empathy ในภาษาพูดเท่ากับชาวไทยใช้คำว่า เกรงใจ ผมว่าคนไทยโดยเฉลี่ยใช้คำว่า เกรงใจ วันละสิบรอบทั้ง ๆ ที่ฝรั่งใช้คำว่า empathy ชิวิตละสิบรอบต่างหาก empathy ฟังแล้วเป็นภาษาสูง ภาษาทางการ ถ้านำมาใช้เพื่อนฝูงอาจจะว่าคุณดัดจริตหรือแก่เแดด นี่คือปัญหากับคำว่า deference ด้วยนะครับ กลับไปที่ consideration ดีกว่า ขอยกตัวอย่าง 2 ประโยคครับ Children should show consideration for/towards their elders. (เด็ก ๆ ควรเกรงใจผู้ใหญ่) He has great consideration towards his staff. (เขาเกรงใจพนักงานเขาอย่างมาก) แต่ในภาษาที่เราใช้ประจำวัน ถ้าจะพูดถึง เกรงใจ เรามักจะเรียงประโยคใหม่ เช่น Hersquo;s doesnrsquo;t care about anybodyrsquo;s elsersquo;s feelings. (เขาไม่เกรงใจใครเลย) Feel free to contact me anytime. Donrsquo;t be afraid to contact me anytime. Donrsquo;t hesitate to call me anytime. (ติดต่อกับผมได้ทุกเวลา อย่าเกรงใจ หรือ ไม่ต้องเกรงใจ) คำแต่ละคำไม่ได้แปลตรงตัวแต่ความหมายเหมือนกัน ดูคำตอบในตัวอย่างต่อไปนี้ครับ Why didnrsquo;t you call me to ask for help? (ทำไมไม่ได้โทรหาผมและขอความช่วยเหลือ) I didnrsquo;t want to put you out. (ก็เกรงใจคุณ) to put (somebody) out หมายถึง รบกวนใครบางคน แต่ผมว่าในตัวอย่างนี้คำตอบคล้ายๆ กับความหมายของ เกรงใจ ที่น่าสังเกตคือพจนานุกรมฉบับสอเสถบุตรของผมไม่มีคำแปลเฉพาะเจาะจงสำหรับคำว่าเกรงใจ (เพราะไม่มีในโลกของเรา) แต่มันยกตัวอย่างเป็นประโยคซึ่งใช้ consideration เหมือนกัน เขายกตัวอย่างนี้ครับ A husband and wife are considerate of each otherrsquo;s feelings. (สามีและภรรยาต่างเกรงใจซึ่งกันและกัน) อีกตัวอย่างของนายสอคือ Mutual consideration sometimes leads to misunderstanding. (ความเกรงใจซึ่งกันและกันบางครั้งก็ก่อความเข้าใจผิด) ทีนี้ผมน่าจะอธิบายว่า considerate = adjective และ consideration = noun ที่น่าสนใจที่สุดกับ สอเสถบุตรคือ ประโยคที่ว่า ผมเกรงใจคุณ นั้นเขาแปลว่า I am afraid of offending you. ซึ่งเป็นความคิดตรงกับผมเองที่ว่า ถ้าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษอาจจะต้องทำเป็นประโยคที่ให้ความหมายว่า กลัวจะรบกวนอีกคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นความหมายหลักของเกรงใจอยู่แล้วใช่ไหมครับ เช่น ถ้าอยากพูดว่า ldquo;ผมเกรงใจเขา ไม่อยากจะรบกวนเขาเลยrdquo; ใช้สำนวนที่ผมพูดถึงไปแล้วคือ I donrsquo;t want to put him out. หรือ I donrsquo;t want to bother him. อีกฉบับหนึ่งคือ พจนานุกรมดำเนินเสฐียรพงษ์ แปลอีกอย่างหนึ่งคือ reluctant to bother someone (bother แปลว่ารบกวน ... คำนี้อีกแล้ว) ไม่เกรงใจแปลว่า inconsiderate (ซึ่งแปลว่า not considerate ใช่ไหมครับ) และเขายกตัวอย่างที่ผมเองชอบพูดถึงเวลามีใครถามถึงประเด็นนี้คือ ถ้าหากว่าผมไปบ้านคุณและคุณอยากจะให้ผมรู้สึกสบายใจคุณอาจจะพูดว่า อย่าเกรงใจ ในสถานการณ์เช่นนี้ให้ใช้สำนวน Make yourself at home. จะดีกว่า มีอีกความหมายหนึ่งซึ่งผมขอยกตัวเองจากเมื่อวานนี้เองครับคือ ชายคนนหนึ่งที่อยูคนละแผนกเล่าให้ผมฟังถึงผลสอบจากเทอมที่แล้วที่มหาวิทยาลัยว่า เขาผ่านทั้ง 7 วิชาหมด ผมแสดงความยินดีและถามเขาว่า ภาคฤดูร้อนลงกี่วิชา เขาตอบว่า ldquo;ไม่ได้ลงครับ เกรงใจเจ้านายrdquo; เท่าที่ผมเข้าใจเขาก็หมายความว่า ldquo;ผมไม่อยากเอาเปรียบเจ้านาย หรือทำให้เจ้านายรู้สึกอืดอัดเพราะผมต้องลาบ่อยเพื่อสอบrdquo; เราจะแปลประโยคนี้อย่างไรดี ผมเองไม่แน่ใจ แปลตรงตัวไม่ได้ ผมเลยกลับคิดจากมุมมองของฝรั่งว่า ถ้่าอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ฝรั่งจะพูดว่าอย่างไรเพื่อบอกความหมายว่า ldquo;เกรงใจเจ้านายrdquo; คำตอบน่าจะเป็นว่า I was thinking of my boss. I had to think of my boss. ผมเข้าใจว่าดูเผิน ๆ ดูเหมือนจะแปลว่า ผมนึกถึงเจ้านายผม แต่ในประโยคนี้ to think of มีความหมายแฝงว่า เกรงใจใครบางคน นึกถึงอารมณ์หรือความรู้สึกใครบางคนโดยไม่อยากเสียอารมณ์ของเขา อีกวิธีหนึ่งคือ I didnrsquo;t want to take advantage of my boss. คือ ไม้อยากเอาเปรียบความเมตตากรุณาของเจ้านาย หรือ เกรงใจนั้นเอง แล้วคำว่า ขี้เกรงใจ ล่ะครับ เท่าที่ผมสังเกตมีความหมายทั้งในเชิงดีและเชิงลบ ถ้าเป็น adjective เพื่ออธิบายคนที่นึกถึงคนอื่นอย่างเสมอผมว่า considerate ก็ดี เช่น Thais are a very considerate people. (คนไทยเป็นพวกขี้เกรงใจ) I like Pakjeab. Hersquo;s a very considerate young man. (ผมชอบบักเจี๊ยบ เขวเป็นหนุ่มขี้เกรงใจ) แต่ถ้าออกในเชิงลบ คือ คนที่ไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวจะรบกวนคนอื่น ผมว่า timid หรือ shy ก็ใช้ได้ หมายถึง ขี้อาย ไม่กล้าทำอะไร Boon-ngiam canrsquo;t head this project. Shersquo;s too timid. (บุญเหงี่ยมเป็นหัวหน้าโครงการนี้ไม่ได้ เธอขี้เกรงใจเหลือเกิน) ใช้ insecure ก็ได้ครับ ในความหมายนี้ใช้คำแสลงที่ว่า spineless (ไม่มีกระดูกสันหลัง) ยังได้ สุดท้ายนี้ มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากที่คนไทยสงสัยว่า ฝรั่งเรารู้สึก เกรงใจ ด้วยหรือไม่ ก็แน่นอนสิครับ เรารู้สึกเหมือนกัน hellip; ทำไมล่ะครับ hellip; คิดว่าฝรั่งไม่เกรงใจใครหรือ hellip; อย่าสร้างกำแพงระหว่างคนไทยกับฝรั่งสิ ผมมั่นใจว่า เรามีข้อเหมือนกันมากกว่าข้อแตกต่างเพราะเราคือมนุษย์ด้วยกัน แตกต่างตรงภาษากับวัตนธรรมนิดนึง นอกจากนั้นเหมือนกันหมด วัฒนธรรมประเพณีไทยอาจจะเน้นเรื่องมารยาทมากกว่าประเพณีฝรั่ง แต่นั่นไม่ได้หมายถึงฝรั่งไม่มีมารยาทครับ มีสิครับ รู้สึกโล่งใจที่ได้พูดถึงเรื่องเกรงใจนี้ให้จบ ท่านผู้อ่านที่รักที่อยากจะเสนอความคิดเห็นในประเด็นนี้ยินดีรับฟัง ดีใจที่ไม่ต้องหาคำตอบสำหรับคำว่าเกรงใจอีก ... แล้วมีศัพท์อื่น ๆ มาเสนอที่แปลเป็นอังกฤษไม่ได้ไหม hellip; เอาเป็นว่า ldquo;หมั่นใส้rdquo; ดีไหม hellip;? ติดตามบทเรียนสนุกๆ แบบนี้กันต่อได้ที่:http://goo.gl/9l9n4y เรียนภาษาอังกฤษกับแอนดรูว์ บิ๊กส์ (Andrew Biggs) #ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว

จำนวนผู้ชม: 406

andrew biggs ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
เกลือ 5 ชนิด สร้างสีสันให้กับท้องฟ้าในยามค่ำคืน
เกลือ 5 ชนิด สร้างสีสันให้กับท้องฟ้าในยามค่ำคืน

FIREWORKS BY THE NUMBERS เรื่อง: Ib Salomon เรียบเรียง: ชลิตา ซื่อตรง ในค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี บนท้องฟ้าเกือบทั่วทุกพื้นที่บนโลกจะสว่างไสวไปด้วยประกายของพลุ พลุนั้นมีอายุเก่าแก่เป็นพันปีแล้ว แต่ช่างพลุชาวอิตาเลียนเพิ่งจะใส่เกลือโลหะ (metallic salt) ลงไปในดินปืนเมื่อ 200 ปีที่แล้วนี่เอง ทำให้พลุระเบิดออกมาเป็นประกายไฟหลากสีสัน 13.4 กิโลกรัม คือ น้ำหนักของพลุที่ใหญ่ที่สุดในโลก พลุยักษ์นี้ถูกจุดขึ้นที่ประเทศโปรตุเกสเมื่อปี 2010 7,000 ลูก คือ จำนวนพลุที่ถูกจุดขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ตั้งใจในงานฉลองครบรอบวันชาติสหรัฐฯ ที่แซนดีเอโกเมื่อปี 2012 ส่งผลให้การแสดงพลุที่ควรกินเวลา 17 นาที จบลงด้วยการระเบิดของพลุครั้งใหญ่ หนเดียวที่กินระยะเวลาไม่ถึง 1 นาที 800 คน คือ จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลุระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดในโลก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่กรุงปารีสใสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารีอ็องตัวแนตเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1770 20,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ คือ จำนวนเงินที่หมดไปกับค่าพลุที่ใช้ในงานฉลองครบรอบวันชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่อาบูดาบีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2009 จึงนับเป็นการแสดงพลุที่แพงที่สุดในโลก 122 เซนติเมตร คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของพลุยนชะกุดะมะ (Yonshakudama) ซึ่งใช้จุดในงานเทศกาลดอกไม้ไฟคะตะกะอิ (Katakai Matsuri) ทุกๆ ปี เมื่อทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ระดับความสูงตั้งแต่ 800 เมตร ขึ้นไป พลุก็จะระเบิดเป็นสีสันสวยงาม ช่างทำพลุสามารถทำให้ส่วนประกอบที่เรียกว่า ldquo;เม็ดดาวrdquo; (stars) ซึ่งช่วยให้พลุมีสีสันต่างๆ ระเบิดออกมาเป็นรูปทรงที่ต้องการได้ โดยช่างจะเรียงเม็ดดาวเป็นรูปทรงที่ต้องการ เช่น เลข 2014 ลงในเปลือกพลุซึ่งทำจากกระดาษแข็ง แล้วพันด้วยเทปกาว PHOTOS: THINKSTOCK, GUSTAVO FERRARI/AP/POLFOTO, GETTY IMAGES, ALAMY/IMAGESELECT 77,282 ลูก คือ จำนวนพลุที่ถูกจุดในงานแสดงพลุที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2012 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญของประเทศคูเวต 300 คน คือ จำนวนช่างเทคนิคที่ควบคุมการจุดพลุในงานครั้งนี้ 3 ลำ คือ จำนวนเครื่องบินที่ใช้จุดพลุ โดยจุดจากส่วนท้ายของเครื่องบิน 2 ล้านคน คือ จำนวนผู้ที่เข้าชมการแสดงพลุในครั้งนี้ 64 นาที คือ ระยะเวลาในการแสดงพลุ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คือ จำนวนเงินที่ใช้สำหรับความบันเทิงในครั้งนี้ 60 กิโลกรัม คือ นำหนักของพลุช็อกโกแลตที่ใหญ่สุดในโลก ซึ่งมีขนาด 3x1.5 เมตร พลุช็อกโกแลตลูกนี้ถูกจุดขึ้นในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อปี 2002 ระเบิดออกมาเป็นเม็ดช็อกโกแลตชิปกระจายอยู่ทั่วเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 32 เมตร คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของพลุวงล้อ (catherine wheel) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งจุดขึ้น ณ เมืองอึมอับบา ประเทศมอลตา เมื่อปี 2011 เกลือ 5 ชนิด สร้างสีสันให้กับท้องฟ้าในยามค่ำคืน พลุแต่ละลูกมีสีสันแตกต่างกันไปตามชนิดของเกลือโลหะที่เป็นส่วนผสมของพลุโดยถูกปั้นเป็นเม็ดเล็กๆ เรียกว่า เม็ดดาวอะตอมของเกลือโลหะจะดูดซึมพลังงานจากการระเบิด พลังงานจะถูกปล่อยออกมาในรูปแบบของแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันไป เกลือโลหะทองแดงให้ช่วงความยาวคลื่นแสงที่สั้น จึงเปล่องแสงออกมาเป็นสีน้ำเงิน ในขณะที่เกลือโลหะจากสตรอนเชียมจะให้ความยาวคลื่นแสงที่ยาว เราจึงเห็นประกายพลุเป็นสีแดงบนท้องฟ้า สตรอนเชียม สี: แดง ความยาวคลื่นแสง: 652 นาโนเมตร แคลเซียม สี: ส้ม ความยาวคลื่นแสง: 628 นาโนเมตร โซเดียม สี: เหลือง ความยาวคลื่นแสง: 610-621 นาโนเมตร แบเรียม สี: เขียว ความยาวคลื่นแสง: 589 นาโนเมตร ทองแดง สี: น้ำเงิน ความยาวคลื่นแสง: 505-535 นาโนเมตร ส่วนผสมของสตรอนเชียมและทองแดง สี: ม่วง ความยาวคลื่นแสง: 420-460 นาโนเมตร มีการจุดพลุมานานกว่า 800 ปีแล้ว 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวจีนค้นพบว่า เมื่อนำกระบอกไม้ไผ่ที่ปิดรูไว้อย่างมิดชิดโยนเข้าไปในกองไฟจะทำให้เกิดระเบิด พลุลูกแรกจึงถือกำเนิดขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ริเริ่มคิดค้นวิธีผสมดินปืนเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณปี 1000 ราวปี 1,200 ชาวจีนประดิษฐ์พลุด้วยการใส่ดินปืนเข้าไปในกระบอกที่ทำจากกระดาษแข็งและสายจุดชนวนที่ทำจากกระดาษ 1292 มาร์โก โปโลนำพลุจากจีนเข้ามายังอิตาลี ช่วงทศวรรษ 1830 ช่างทำพลุจากทางตอนใต้ของอิตาลีประดิษฐ์พลุสีต่างๆ ได้เป็นครั้งแรก ปี 2004 ดิสนีย์แลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนียใช้แรงดันอากาศในการจุดพลุแทนการใช้ดินปืน ข้อมูลจากหนังสือ SCIENCE ILLUSTRATED ฉบับ June no. 2014 Facebook:SCIENCEILLUSTRATEDThailand Instagram:science_illustrated_thailand YouTube:http://www.youtube.com/channel/UCom909NRzFxS6RLgawU8z_g Website:http://www.scienceillustratedthailand.com

จำนวนผู้ชม: 639

ยอดเหยี่ยวนักล่า กลยุทธ์หลากเล่ห์เหลี่ยม

ยอดเหยี่ยวนักล่า กลยุทธ์หลากเล่ห์เหลี่ยม

จำนวนผู้ชม: 779

เสียงความถี่สูงทำลายประสาทหูได้จริงหรือ ?

เสียงความถี่สูงทำลายประสาทหูได้จริงหรือ ?

จำนวนผู้ชม: 536

Science Illustrated